องค์การบริหารส่วนตำบลสบเมย อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ยินดีต้อนรับทุกท่าน องค์การบริหารส่วนตำบลสบเมย ตั้งอยู่เลขที่ 154 หมู่ที่ 2 ตำบลสบเมย อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอนอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอสบเมย 2.50 กิโลเมตร ภูมิประเทศของตำบลสบเมยร้อยละ 98 เป็นภูเขาสูงชัน มีพื้นที่ราบประมาณร้อยละ 2 หมู่บ้านส่วนใหญ่ตั้งอยู่บนภูเขาสูงและบริเวณหุบเขาจำนวน 10 หมู่บ้าน อีก 2 หมู่บ้านตั้งอยู่บริเวณที่ราบริมแม่น้ำยวม มีแม่น้ำสำคัญไหลผ่านคือ แม่น้ำยวม

ข้อมูลพื้นฐานในตำบลสบเมย

 

gif1 2

ข้อมูลพื้นฐานขององค์การบริหารส่วนตำบลสบเมย

สภาตำบลสบเมยจัดตั้งเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลสบเมย เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2540

ที่ตั้ง

          องค์การบริหารส่วนตำบลสบเมย ตั้งอยู่เลขที่ 154 หมู่ที่ 2 ตำบลสบเมย อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอนอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอสบเมย 2.50 กิโลเมตร

         ทิศเหนือ        ติดต่อกับ  ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน    

         ทิศใต้           ติดต่อกับ  ต.แม่วะหลวง อ.ท่าสองยาง จ.ตาก

         ทิศตะวันออก  ติดต่อกับ  ต.แม่สวด อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน  

         ทิศตะวันตก    ติดต่อกับ  ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน

เนื้อที่

          174,812.50 ไร่ (253 ตารางกิโลเมตร)

ภูมิประเทศ           

          ภูมิประเทศของตำบลสบเมยร้อยละ 98 เป็นภูเขาสูงชัน  มีพื้นที่ราบประมาณร้อยละ 2 หมู่บ้านส่วนใหญ่ตั้งอยู่บนภูเขาสูงและบริเวณหุบเขาจำนวน 10 หมู่บ้าน อีก 2 หมู่บ้านตั้งอยู่บริเวณที่ราบริมแม่น้ำยวม มีแม่น้ำสำคัญไหลผ่านคือ แม่น้ำยวม

จำนวนหมู่บ้าน          

          องค์การบริหารส่วนตำบลสบเมย ประกอบด้วย 12 หมู่บ้าน ดังนี้

    หมู่ที่ 1 บ้านเลโคะ

    หมู่ที่ 2 บ้านแม่คะตวน       

    หมู่ที่ 3 บ้านขุนแม่คะตวน      ประกอบด้วย 2 หย่อมบ้าน คือ บ้านขุนแม่คะตวน และบ้านแม่สองแคว

    หมู่ที่ 4 บ้านห้วยกองมูล   

    หมู่ที่ 5 บ้านแม่ทะลุ

    หมู่ที่ 6 บ้านซื่อมื่อ               ประกอบด้วย 2 หย่อมบ้าน คือ บ้านซื่อมื่อหลวง และบ้านซื่อมื่อน้อย

    หมู่ที่ 7 บ้านแม่ลามาหลวง      ประกอบด้วย 2 หย่อมบ้าน คือ บ้านแม่ลามาหลวง และบ้านแม่ลามาน้อย

    หมู่ที่ 8 บ้านทียาเพอ            ประกอบด้วย 2 หย่อมบ้าน คือ บ้านทียาเพอ บ้านห้วยไชยยงค์

    หมู่ที่ 9 บ้านห้วยน้ำใส           ประกอบด้วย 2 หย่อมบ้าน คือ บ้านห้วยน้ำใส และบ้านน้ำออกฮู

    หมู่ที่ 10 บ้านห้วยทีชะ          ประกอบด้วย 3 หย่อมบ้าน คือ บ้านห้วยทีชะ บ้านห้วยยาก และบ้านปู่แก้ว

    หมู่ที่ 11 บ้านทีฮือลือ           ประกอบด้วย 2 หย่อมบ้าน คือ บ้านทีฮือลือ และบ้านแม่ปอง

    หมู่ที่ 12 บ้านกลอโคะ

ประชากร    

          ประชากรทั้งสิ้น 5,990 คน แยกเป็นชาย 3,057 คน หญิง 2,933 คน มีความหนาแน่น 20 คน/ตารางกิโลเมตร 

อาชีพ

          ทำนา ทำไร่ (ข้าวโพด, ถั่วเหลือง, กระเทียม, พริก, อ้อย) ทำสวน (ลำไย กาแฟ ลิ้นจี่) เลี้ยงสัตว์ (โค กระบือ ไก่ หมู) และรับจ้างทั่วไป

หน่วยธุรกิจในเขต อบต.       

          ปั๊มน้ำมัน (หลอดแก้ว) โรงสีขนาดเล็ก ร้านค้า ศูนย์สาธิตการตลาด และร้านค้าชุมชน

สภาพสังคม                     

          1) โรงเรียนประถมศึกษา 14 แห่ง

          2) ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 4 แห่ง

                    3.1 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านแม่คะตวน

                    3.2 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านแม่ทะลุ

                    3.3 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านห้วยน้ำใส

                   3.4 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านเลโคะ

สถาบันองค์กรทางศาสนา          

          วัด / สำนักสงฆ์     16       แห่ง    

          โบสถ์คริสต์           6       แห่ง          

การสาธารณสุข  

          โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 1 แห่ง      

การคมนาคม    

          ถนนคอนกรีต 9.00 กิโลเมตร, ถนนลาดยาง 13.5 กิโลเมตร, ถนนลูกรัง 9 กิโลเมตร                             ถนนดิน 100 กิโลเมตร(การเดินทางลำบากโดยเฉพาะฤดูฝน)

การโทรคมนาคม      

          มีโทรศัพท์บ้าน จำนวน 2 หมู่บ้าน โทรศัพท์ทางไกลผ่านดาวเทียม จำนวน 10 หมู่บ้าน

การไฟฟ้า        

          มีไฟฟ้าใช้ 7 หมู่บ้าน มีไฟฟ้าโซล่าโฮม 4 หมู่บ้าน ระบบไฟฟ้าพลังน้ำ 1 หมู่บ้าน

การประปา

         ระบบประปาภูเขา มีน้ำประปาใช้ทุกหมู่บ้านในพื้นที่ตำบลสบเมย

หอกระจายข่าว

         หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้านจำนวน 12 แห่งได้แก่หอกระจายข่าวหมู่ 1 - 12      

แหล่งน้ำธรรมชาติ      

          แม่น้ำ 1 สาย ลำห้วย 12 สาย และหนองน้ำ 2 แห่ง      

ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่              

          ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ที่สำคัญที่สุดคือทรัพยากรป่าไม้ มีพื้นที่ประมาณร้อยละ 50 มีลำห้วยมากมาย เกือบทั้งหมดไหลลงสู่แม่น้ำยวม และมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย เช่น ถ้ำ น้ำตก ยอดดอย เส้นทางศึกษาธรรมชาติ เป็นต้น เหมาะสมที่จะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว

Top